คืนวันหนึ่งหลังร้านปิด กานต์นั่งมองกราฟผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่แทบไม่ขยับ เขาเพิ่งเริ่มทำเว็บไซต์ธุรกิจมาได้ไม่ถึงปี เขียนบทความเองทุกสัปดาห์ อ่านหนังสือ SEO หลายเล่ม และพยายามปรับเว็บไซต์อย่างเต็มที่ แต่จำนวนผู้เข้าชมจาก Google ยังน้อยกว่าที่คาดไว้มาก
สิ่งที่ทำให้เขาหนักใจที่สุดคือ ทุกครั้งที่ค้นหาคำเกี่ยวกับธุรกิจของตัวเอง เว็บไซต์ของคู่แข่งมักอยู่หน้าแรกเสมอ กานต์คิดว่าการวิเคราะห์คู่แข่งคงต้องใช้เครื่องมือราคาแพง จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้ฟังนักการตลาดคนหนึ่งพูดว่า บางครั้ง Google เองก็เป็นเครื่องมือหา Keyword Gap ฟรีที่ดีที่สุด ประโยคนั้นทำให้เขากลับมานั่งหน้าคอมอีกครั้ง
เริ่มต้นจากคำค้นหาง่ายๆ
• กานต์พิมพ์คีย์เวิร์ดหลักของธุรกิจลงใน Google ทันทีที่พิมพ์ เขาสังเกตว่ามีคำแนะนำหลายคำปรากฏขึ้นใต้ช่องค้นหา เขาไม่เคยสนใจคำเหล่านี้มาก่อน แต่เมื่ออ่านอย่างตั้งใจ เขาพบว่าหลายคำคือสิ่งที่ลูกค้ากำลังค้นหาจริง เขาจดทุกคำลงในสมุดเล่มเล็กข้างโต๊ะ จากนั้นเขากดค้นหาและเปิดเว็บไซต์คู่แข่งทีละเว็บ
หน้าแรกของ Google คือห้องเรียนฟรี
• เมื่อเปิดบทความของคู่แข่ง กานต์ไม่ได้อ่านเพื่อจับผิด แต่พยายามมองหาคำถามที่บทความเหล่านั้นกำลังตอบ เขาพบว่าคู่แข่งมีหัวข้อที่เว็บไซต์ของเขายังไม่มีเลย เช่น วิธีเลือกสินค้า วิธีแก้ปัญหา และคำถามที่ลูกค้าถามบ่อย กานต์เริ่มเข้าใจว่า Keyword Gap ไม่ได้ซ่อนอยู่ในเครื่องมือราคาแพงเสมอไป แต่อยู่ในหน้าแรกของ Google ที่ทุกคนเข้าถึงได้ฟรี เขาเริ่มเปิดบทความทีละหน้า แล้วเขียนหัวข้อที่น่าสนใจลงในสมุดอย่างตั้งใจ
ส่วนที่หลายคนเลื่อนผ่านโดยไม่รู้ตัว
• หลังจากอ่านบทความของคู่แข่ง กานต์เลื่อนลงไปด้านล่างสุดของหน้าผลการค้นหา และพบหัวข้อที่ Google แนะนำเพิ่มเติม คำเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้คนค้นหาต่อจากหัวข้อหลัก เขารู้สึกเหมือนได้แอบอ่านความคิดของผู้ค้นหา หลายคำเป็นหัวข้อที่เขาไม่เคยคิดจะเขียนมาก่อน แต่กลับตรงกับปัญหาที่ลูกค้ามักถามเขาทางโทรศัพท์อยู่เสมอ
คำถามที่ผู้คนถามจริง
• กานต์สังเกตอีกส่วนหนึ่งที่มีคำถามหลายข้อปรากฏอยู่กลางหน้าผลการค้นหา เขาลองกดเปิดทีละข้อ แล้วพบว่าคำถามเหล่านั้นคือสิ่งที่ผู้คนสงสัยจริงๆ เขาเริ่มจินตนาการว่าหากเขาเขียนบทความตอบคำถามเหล่านี้อย่างละเอียด เว็บไซต์ของเขาน่าจะช่วยคนได้มากขึ้น คืนเดียวเขาได้หัวข้อใหม่มากกว่าสามสิบหัวข้อ โดยไม่เสียเงินแม้แต่บาทเดียว
เปรียบเทียบกับเว็บไซต์ของตัวเอง
• เช้าวันต่อมา กานต์เปิดเว็บไซต์ของตัวเองแล้วเปรียบเทียบกับรายการหัวข้อที่จดไว้ เขาพบว่ามีหลายหัวข้อที่ยังไม่มีบทความเลย นั่นคือ Keyword Gap ที่แท้จริงของเว็บไซต์เขา แทนที่จะรีบเขียนทุกหัวข้อ เขาเลือกหัวข้อที่ตรงกับบริการของธุรกิจมากที่สุดก่อน เขาเริ่มวางแผนเขียนบทความสัปดาห์ละหนึ่งเรื่องอย่างต่อเนื่อง
การเปลี่ยนแปลงที่เริ่มจาก Google ฟรี
• สามเดือนผ่านไป กานต์เปิด Google Search Console แล้วพบว่ามีคีย์เวิร์ดใหม่ปรากฏขึ้นจำนวนมาก หลายคำมาจากหัวข้อที่เขาได้จาก Google Search โดยตรง จำนวนผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นทีละน้อย แต่สิ่งที่น่าตื่นเต้นกว่าคือ ผู้คนเริ่มเข้ามาจากคำค้นหาที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น วันหนึ่งมีลูกค้าส่งข้อความมาว่า เขาเจอบทความของกานต์จาก Google แล้วรู้สึกว่าข้อมูลเข้าใจง่ายที่สุด กานต์อ่านแล้วเผลอยิ้ม เพราะเขารู้ว่าความเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากคืนที่นั่งค้นหาใน Google ธรรมดาๆ เท่านั้น
บทเรียนที่สำคัญที่สุด
• กานต์เคยคิดว่าการ ทำ seo ต้องใช้เครื่องมือแพงและเทคนิคซับซ้อน แต่สุดท้ายเขาพบว่า จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือการฟังสิ่งที่ผู้ค้นหากำลังถามจริงๆ Google Search ช่วยเปิดเผยทั้งคำค้นหา คำถาม และหัวข้อที่ตลาดสนใจอยู่แล้ว หากเราใช้เวลาอ่านอย่างตั้งใจ ก็สามารถค้นพบ Keyword Gap ได้ด้วยตัวเอง ในช่วงที่เว็บไซต์เริ่มมีบทความคุณภาพมากขึ้น กานต์ยังใช้เนื้อหาเหล่านั้นเพื่อ โปรโมทเว็บ ผ่านช่องทางต่างๆ ทำให้บทความได้รับการแชร์และถูกอ้างอิงมากขึ้นตามธรรมชาติ
ไม่ต้องมีเครื่องมือแพง ก็เริ่มได้วันนี้
• ก่อนปิดคอมในคืนนั้น กานต์เขียนประโยคหนึ่งไว้ในสมุด Google ไม่ได้บอกแค่ว่าใครติดอันดับ แต่กำลังบอกว่า ผู้คนต้องการคำตอบอะไรอยู่ ประโยคนั้นกลายเป็นหลักคิดใหม่ของเขา ทุกครั้งก่อนเขียนบทความ เขาจะเปิด Google Search แล้วเริ่มจากการฟังผู้ค้นหาก่อนเสมอ
สรุป การหา Keyword Gap ฟรีด้วย Google Search สามารถทำได้โดยใช้คำแนะนำการค้นหา หน้าแรกของ Google คำถามที่ผู้คนถาม และหัวข้อที่เกี่ยวข้องด้านล่างผลการค้นหา จากนั้นนำข้อมูลเหล่านี้มาเปรียบเทียบกับเว็บไซต์ของตนเองเพื่อค้นหาหัวข้อที่ยังขาด เมื่อสร้างบทความที่ตอบคำถามของผู้ค้นหาอย่างตรงจุด เว็บไซต์ก็มีโอกาสเพิ่ม Organic Traffic ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือราคาแพง และสามารถเติบโตบน Google ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว